คณะกรรมการการอุดมศึกษาเตรียมส่งมอบข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 2 เรื่องขับเคลื่อน และ 8 เรื่องสานต่อ

คณะกรรมการการอุดมศึกษาเตรียมส่งมอบข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ๒ เรื่องขับเคลื่อน และ ๘ เรื่องสานต่อ

๑๒ – ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐ – สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จัดการสัมมนาคณะกรรมการการอุดมศึกษา (retreat) ณ โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ จังหวัดนครปฐม โดยมีรองศาสตราจารย์ คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และคณะกรรมการการอุดมศึกษา พร้อมด้วยนายสุภัทร  จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เข้าร่วมสัมมนา ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจากนายสุเมธ แย้มนุ่น ประธานคณะอนุกรรมการกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว ๑๕ ปี ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔) และแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) นำเสนอร่างกรอบแนวคิดแผนอุดมศึกษาระยะยาว ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙

ในการสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมกันพิจารณารายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายของคณะกรรมการการอุดมศึกษา พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายส่งมอบให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาชุดใหม่ และรัฐบาล เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทยสอดรับกับนโยบายประเทศไทย ๔.๐ และยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของคณะกรรมการการอุดมศึกษาชุดปัจจุบัน มี ๑๐ เรื่อง แบ่งเป็น ๒ เรื่องขับเคลื่อน และ ๘ เรื่องสานต่อ

๒ เรื่องขับเคลื่อน

๑. การจัดทำแผนอุดมศึกษาระยะยาว ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙)

จำเป็นต้องปฏิรูปอุดมศึกษา และให้มีการจัดระบบอุดมศึกษาใหม่ ต้องกำหนดบทบาทให้ชัดเจนระหว่างการกำกับดูแลภาครัฐ (regulator) และสถาบันอุดมศึกษา (providers) พร้อมทั้งขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบอุดมศึกษา ทั้งนี้ ควรมีนโยบายให้มีการเชื่อมโยงเรื่องของแผนกับองค์ประกอบอื่นๆ อาทิ การของบประมาณ การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีกลไกสนับสนุนให้มีการนำแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ กกอ. ควรใช้ ICT เพื่อประโยชน์ในการกำหนดทิศทางการลงทุน การผลิตกำลังคน และการเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ โดยเพิ่มการบริหารจัดการด้วยการใช้ระบบ ICT ในรูปแบบ big data

๒. การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา

ส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งใน ๒ ด้านสำคัญ คือ ด้านบริหารจัดการ: ให้ความสำคัญกับการได้มาของสภาสถาบันอุดมศึกษา และอธิการบดี ให้มีแนวทางการสรรหา/การคัดเลือกอย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้สภาสถาบันอุดมศึกษา และด้านกฎหมาย: ให้สังคายนา ทบทวนกฎระเบียบและ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้มีมาตรการด้านกฎหมายที่เหมาะสม กำหนดกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นแนวปฏิบัติเพื่อควบคุมการบริหารจัดการของสถาบันอุดมศึกษาให้มีธรรมาภิบาล สร้างกลไกการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม แต่ยังคงรักษาความเป็นอิสระทางวิชาการ

๘ เรื่องสานต่อ

๑. ลงทุนพัฒนาประเทศผ่านสถาบันอุดมศึกษา

ส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาให้มุ่งเน้นไปตามยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้ พร้อมพัฒนาอาจารย์ตามยุทธศาสตร์และเป้าหมายของสถาบันฯ  และผลักดันสถาบันอุดมศึกษาดำเนินการปรับยุทธศาสตร์ของสถาบันฯ ให้ครบตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ควรส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาสนับสนุนการเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ โดยสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมให้มากขึ้น

๒. ปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร

ผลักดัน สนับสนุนและติดตามให้สถาบันอุดมศึกษาใช้เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘ อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับภาษาไทยและภาษา ต่างประเทศ พร้อมทั้งให้มีการทบทวนเกณฑ์ฯ อย่างสม่ำเสมอ

๓. ประกันคุณภาพการศึกษา และส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาสู่ความเป็นเลิศ

ส่งเสริมให้มีการติดตามการประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา ร่วมกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพมากกว่าการตรวจสอบคุณภาพ ทั้งนี้ ควรสร้าง fast track การสร้างคุณภาพการศึกษาในอีก ๑๐ ปี โดยมีเป้าหมายในการเป็น world class university และควรผลักดันให้สถาบันอุดมศึกษามี audit committee ครบทุกแห่งตามกฎหมาย แล้วใช้กลไก audit committee เป็นพันธมิตรในการส่งเสริมคุณภาพการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาต่อไป

๔. ร่าง พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ….

ปรับกฎเกณฑ์ ระเบียบต่างๆ ให้มีความชัดเจนและมีหลักการที่มีผลครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างและหลากหลาย และทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับอุดมศึกษา เท่าเทียมกันทั้งสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน ทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงและการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และเพื่อให้นำไปปฏิบัติได้จึงจำเป็นต้องเขียนไว้ในกฎหมาย เพื่อทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้

๕. ติดตาม ตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึกษา

ติดตาม ตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง และการจัดการศึกษาระดับปริญญาเอก โดยขยายให้ครอบคลุมหลักสูตรอื่นๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากสาขาบริหารการศึกษา และรัฐประศาสนศาสตร์ พร้อมทั้งพัฒนาขอบเขตการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึกษาให้มีมิติและเป็นประโยชน์กับนิสิตนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา

๖. ส่งเสริมเครือข่ายมหาวิทยาลัย

ส่งเสริมให้เครือข่ายมหาวิทยาลัยมีความเข้มแข็ง ให้มีความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคชุมชน ทั้งในเรื่องช่วยเหลือโรงเรียน ชุมชน และการบริการทางวิชาการในส่วนต่างๆ ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง ที่ได้ดำเนินการมาแล้ว ควรมีการต่อยอดให้มีกิจกรรมหรือการบริการวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาให้เกิดความยั่งยืน

๗. พัฒนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา

ติดตามระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่ปรับใหม่ว่ามีผลกระทบต่อการเรียนการสอนหรือกิจกรรมต่างๆ ของการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือไม่ ทั้งเรื่องการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ และการกวดวิชา

๘. ผลิตและพัฒนาครู

ส่งเสริมให้มีระบบการผลิตและพัฒนาครู เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพ ทั้งด้านวิชาการและจิตวิญญาณความเป็นครู พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับทักษะด้านภาษาอังกฤษของครู และผลักดันให้จัดทำมาตรฐานหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่ครอบคลุมครูสอนระดับประถมศึกษา ระดับอนุบาลปฐมวัย ครูแนะแนว ครูห้องสมุด ครูเทคโนโลยี ครูช่าง นอกจากนี้ ควรทบทวนระบบการผลิตครู ทั้ง ๔ ปี ๕ ปี และครู ๖ ปี (ตรี ๔ ปี โท ๒ ปี) โดยให้เป็นการผลิตครูระบบปิด เพื่อให้ครูเป็นนักเรียนทุนทั้งหมด และควรมีมาตรฐานการพัฒนาครูให้กับประเทศด้วย


ประมวลภาพ : คลิก  Link